The Witcher: Blood Origin

ชื่อเรื่อง : The Witcher: Blood Origin
ภาษา : อังกฤษ
ประเภท : มินิซีรีส์แฟนตาซี/แอ็กชัน
ความยาว : 4 ตอน
ปีที่ฉาย : 2022
คะแนน : 7/10
นักแสดงนำ : โซเฟีย บราวน์, ลอเรนซ์ โอฟัวเรน, เมียร์เรน แมค, เลนนี เฮนรี

เรื่องย่อ
ย้อนกลับไปยังยุคปฐมบทหรือจุดเริ่มต้นของโลกใบนี้ที่มีทั้งมนุษย์ เอลฟ์ คนแคระ ผู้วิเศษ รวมไปถึงอสูรกาย ซึ่งแต่ละเผ่าพันธุ์นั้นก็ต่างต้องการจะเป็นที่หนึ่ง และจู่ ๆ ในวันหนึ่งก็ได้เกิดเหตุทะเลาะวิวาทในวงเหล้า ทำให้’ เอลา’ (รับบทโดย โซเฟีย บราวน์) ต้องเผชิญกับโชคชะตาที่ถูกลิขิตไว้อย่างมิอาจเลี่ยงได้

‘ฟยอล สโตนฮาร์ท’ (รับบทโดย ลอเรนซ์ โอฟัวเรน) ไม่สามารถหักห้ามอารมณ์ของตนเองหลังจากเหตุการณ์เฉียดตายได้ และการทรยศในราชวงศ์นั้นก็นำไปสู่การฟาดฟันกันจนเสียเลือดเสียเนื้อ ซึ่งเหตุการณ์ที่ว่าจะเกิดขึ้นหลังจากที่ฟยอลถูกขับไล่ออกจากเผ่าสุนัข จนกระทั่งได้พบกับเอลาในเวลาต่อมา

ขณะที่ ‘เมอร์วิน’ (รับบทโดย เมียร์เรน แมค) ยอมจับมือกับพันธมิตรในภารกิจบางอย่างเพื่อเผ่าเอลฟ์ที่ดูไม่ค่อยน่าไว้ใจยิ่งนัก โดยสงครามนั้นได้เริ่มต้นที่ซินเทรีย ซึ่งทำให้เอลาได้ค้นพบวิถีของตนเอง ส่วนฟยอลนั้นก็เสียสติที่ยากจะควบคุมได้

ประเด็นสำคัญ
The Witcher: Blood Origin เดอะ วิทเชอร์ นักล่าจอมอสูร: ปฐมบทเลือด ใช้ตัวนักแสดงที่มีความแตกต่างอยู่พอสมควร ซึ่งมีความหลากหลายทางเชื้อชาติและสีผิวอย่างเห็นได้ชัด

จนกลายเป็นว่าตัวละครในเรื่องบางตัวมีรูปลักษณ์ที่แตกต่างไปจากภาคก่อนหน้านี้มาก โดยประเด็นสำคัญที่ซีรีส์เรื่องนี้ต้องการจะสื่อ นั่นก็คือโชคชะตานั้นเป็นสิ่งที่ใครก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ และแน่นอนว่าในตอนท้ายจะต้องจบด้วยการสูญเสียเลือดตามชื่อดังกล่าว

ตัวละคร
เมื่อพูดถึงตัวละครที่น่าสนใจในเรื่องนี้ ต้องยกให้กับฟยอล ซึ่งเป็นราชองครักษ์ประจำตัวขององค์หญิงของเผ่าสุนัข โดยอาศัยอยู่ในดินแดนซินเทรีย แต่ฟยอลนั้นได้คบกับองค์หญิงในเชิงชู้สาว

และทั้งสองก็ต้องเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ เนื่องจากสถานะที่แตกต่างและความเหมาะสม อย่างไรก็ตามความลับก็ไม่มีในโลก ในที่สุดพ่อของฟยอลก็ได้ทราบเรื่องดังกล่าว ทำให้ฟยอลถูกขับไล่ออกจากเผ่าสุนัขทันที

โดยรวมแล้วเนื้อเรื่องไม่ได้มีอะไรมากนัก แต่ในส่วนของโพรดักชันต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นงานภาพ เสียง และการนำเสนอ ถือว่าทำออกมาได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว การเล่าเรื่องในช่วง 1,200 ปีก่อนจะเป็นเนื้อหาหลักของซีซั่นนี้

ซึ่งจะย้อนไปถึงอดีตในภาคก่อนหน้าด้วย สำหรับใครที่ติดตามมาตั้งแต่ซีซั่นแรก เมื่อดูแล้วก็จะช่วยให้หายคิดถึงตัวละครในภาคก่อนหน้านี้ได้พอสมควร

 


By admin

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น